::Easy Portrait ง่ายๆกับการถ่ายภาพบุคคล::


เทคนิคการถ่ายภาพให้สวย
1.การทิ้งฉากหลัง หรือ ละลายฉากหลังดีตรงที่จะทำตัวแบบเด่น ไม่มีฉากหลังรก ๆ มาแย่งสายตาแต่ในบางกรณี..หากฉากหลังไม่แย่งสายตา หรือ เป็นลักษณะฉากหลังที่สามารถที่จะเล่าเรื่องราวได้ ก็ถือได้ว่า เป็นภาพที่สมบูรณ์ได้เช่นกัน
2.แสงสีของฉากหลังแสงสีของฉากหลังที่ดี ก็คือ แสงสีของฉากจะต้องมืดกว่าค่าแสงเฉลี่ยของหน้านางแบบ และสว่างกว่าค่าแสงที่ผมส่วนมืดของนางแบบ(ในบางกรณี..เราจะอาจกำหนดให้ฉากหลังชัดก็ได้ หากฉากหลังมีความน่าสนใจ แต่ถ้าหากฉากหลังนั้นมีลักษณะไม่สวยงาม ยุ่งเหยิง รวมทั้งจะไปแย่งความเด่นของตัวแบบไปโดยไม่จำเป็นแล้ว ก็ให้ใช้วิธีการละลายฉากหลัง หรือ เลี่ยง/หลบฉากหลังแทน)
3.อย่าให้ตัวแบบ/นางแบบกลายเป็นคนพิการ ถ่ายรูปคนอย่าทำให้นางแบบเป็นคนพิการเด็ดขาด!!! นั่นคือ อย่าให้ปลายมือ ปลายเท้า ข้อศอกขาดพยายามเก็บเข้ามาในเฟรมให้หมด ถ้าจะตัดส่วนไม่เอาไว้ในเฟรมก็ต้องตัดให้เห็นว่าจงใจตัด เช่น ตัดสูงกว่าศอกและเข่าแต่ประเภทเห็นทั้งตัว ยกเว้นนิ้วเท้าอย่างนี้ไม่ควรตัดอย่างเด็ดขาดเลย
4.อย่าให้ตัวแบบคอขาดถ้าฉากหลังเป็นท้องฟ้า ทะเล ขอบฟ้า สายไฟ หรืออะไรก็ตาม ที่มีเส้นนอน พยายามอย่าจัดให้พาดผ่านคอนางแบบเด็ดขาด เพราะจะทำให้ได้ภาพในลักษณะ "นางแบบคอขาด!!!"ถ้าจะให้ที่สุดดีควรจัดให้เส้นนอนอยู่สูงกว่าระดับศีรษะ หรือ ต่ำกว่าไหล่จึงจะทำให้ภาพดูดีขึ้น
5.วัดแสงที่หน้า และโฟกัสไปที่ลูกตาเป็นสำคัญ ถ่ายรูปลูกตาต้องชัดเสมอ ถ้าหากไม่ชัดก็จะต้องมีเหตุผลมารองรับว่า...ทำไมถึงอยากให้ชัด ใบหน้าจะเป็นจุดแรกที่คนมอง อย่างน้อยที่สุด เราจะต้องเซ็ทให้แสงที่หน้าพอดีเสมอ ยกเว้นในกรณีที่เจตนาให้มืด หรือสว่างกว่าปกติ...แต่ก็ต้องมีเหตุผลมารองรับเสมอด้วย
6.จะเลือกขวา หรือ ซ้ายดี ปกติแล้วใบหน้าของคนเราทั้งสองซีก สวยไม่เท่ากัน เรื่องนี้ช่างภาพเองจะต้องอาศัยการพินิจพิจารณาให้ดี ๆ หลังจากนั้นจึงค่อยพยายามจัดกล้องให้อยู่ฝั่งที่สวยกว่า หรือจัดแสงหลักให้อยู่ฝั่งที่สวยกว่าเป็นต้น
7.ตาโตสิ..ดูดีกว่าดังที่กล่าวข้างต้นแล้วว่า ใบหน้าของคนเราทั้ง 2 ซีก..สวยไม่เท่ากัน อาจจะคำถามว่า แล้วเราจะสังเกตได้อย่างไรล่ะ? ใช่มั้ย ใบหน้าซีกที่สวยกว่าดูไม่ยาก..มันมีเคล็ดลับอยู่ว่า ให้ดูที่ "ลูกกะตา" หากลูกตาข้างไหนโตกว่า..ใบหน้าข้างนั้น คือ ข้างที่สวยกว่า (อันนี้...ถือเป็น "เคล็ดลับ" ที่รู้กันในหมู่ช่างภาพระดับเซียน ๆ ทั้งหลาย) (จริงๆนะ)


8.ให้แสงครึ่งหน้าในกรณีที่สภาพของแสงที่ตกกระทบบนใบหน้าทั้งสองฟากมีความต่างกันมาก ผลที่ออกมาก็คือ ซีกหนึ่งสว่างจ้า แต่อีกหนึ่งมืด หากมีสภาพแสงในลักษณะนี้ประการแรกให้ถามตัวแบบว่า ชอบสภาพแสงในลักษณะนี้หรือไม่สภาพที่แหล่งกำเนิดแสงอยู่ด้านข้าง หากดูแล้วเห็นว่าจะทำให้ตัวแบบถ้าดูแล้ว ดูไม่ดี เราสามารถกำหนดเทคนิคให้ตัวแบบหันหน้าเข้าหาแสงเล็กน้อยก็จะดูขึ้นมากที เดียวเลย




9.อย่าให้นางแบบหน้ามืดข้อนี้สำคัญมาก หน้านางแบบควรที่จะสว่าง หรือหากจำเป็นที่เราจะต้องถ่ายภาพย้อนแสง ก็ให้ Fill flash เพื่อลบเงา(เปิดแสง)ที่ตัวแบบ (ยกเว้นในกรณีที่เราต้องการในลักษณะ Silhouette ก็ว่าไปอย่าง)




10.เงยหน้านิดนึง..แล้วจะดีกำหนดให้ตัวแบบเงยหน้าขึ้นนิดนึง ภาพจะออกมาดูดีกว่าหน้าตรง หรือก้มหน้างุด ๆ (ยกเว้นเจตนาให้ได้ภาพที่แสดงออกซึ่งอารมณ์อื่นใด???)เคล็ดลับหนึ่งในการดูว่าใบหน้าข้างไหนสวยกว่ากัน ก็คือ ให้สังเกตที่มุมปากเวลายิ้มของตัวแบบ ถ้ามุมปากข้างไหนยกสูงกว่ากัน ก็ข้างนั้นแหละ




11.นางแบบไม่ใช่ตัวการ์ตูน ดังนั้นเส้นผมของนางแบบจึงควรจะเห็นเป็นเส้นๆ ไม่ใช่ดำเป็นปื้น ถ้ามองแล้วเห็นผมดำเป็นปื้น ให้จัดแสงใหม่ ให้แสงกระทบผมให้ดี หรือหรี่ช่องรับแสงลงนิดนึงเพื่อให้ผมเป็นเส้น หรือ ใช้เทคนิค Rim Light นั่นเอง(ซึ่งการใช้เทคนิคนี้...มีการวัดแล้ว สรุปว่าได้ว่าจะทำให้ตัวแบบ(นางแบบ)สวยขึ้น 18.75% รวมทั้งจะทำให้ผมสวยขึ้น 33.29%... (ว่าไปนั่น...อิอิ)




12.ไม่ใช่ทำบัตรประชาชน ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายแบบตรง ๆ เหมือนถ่ายรูปติดบัตรประชาชนนะครับ ทั้งนี้เพราะการที่จะถ่ายมุมหน้าตรงให้สวยนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่หากถึงจะถ่ายมุมตรงก็สวย มุมอื่นก็มักจะถ่ายได้สวยเช่น ลองเปลี่ยนมุม หรือ ลองหามุมสวยอื่น ๆ ดูบ้าง




13.ทิศทางแสงพยายามเลี่ยงแหล่งกำเนิดแสงซึ่งอยู่หน้าตรง ตรงหลัง ด้านบน ด้านล่าง เพราะแหล่งกำเนิดแสงในลักษณะนี้ ถ่ายให้สวยยากมาก (ยกเว้นภาพที่เจตนาให้เป็นเช่นนี้โดยเฉพาะ)
พยายามกำหนดให้ทิศทางแสงเข้าด้านข้าง เฉียง ๆ (สภาพแสงธรรมชาติที่เหมาะสมเช่นนี้ ก็คือ ในช่วงเวลาเช้าไม่เกิน 9 โมง และช่วงเวลาเย็น เลย 5 โมงไปแล้ว)หรือ อีกกรณีหนึ่ง ก็คือ เลือกสภาพแสงเกลี่ย ๆ นุ่ม ๆ เช่น ในสภาพแสงรำไร ใต้ชายคา หรือ ในวันที่ฟ้าครึ้ม หรือ ให้เกลี่ยแสงโดยใช้แผ่นรีแฟล็ก (หรือแก้โดยการ fill flash : โดยการใช้กระดาษขาวมาทำเป็นกระบัง(ป้อง)ไว้เหนือ flash...และให้เงยหน้า flash ขึ้นด้านบน แล้วยิงสะท้อนแสงลงมา)




14.จะวัดแสงยังไงดีในการถ่ายภาพบุคคล (โดยเฉพาะนางแบบ) นิยมวัดแสงแบบเฉพาะจุดที่หน้าเป็นสำคัญ หลังจากวัดแสงได้แล้วก็ให้แล้วกดปุ่ม AE (ล็อคค่าแสง) หรือไม่ก็กดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง จากนั้นจัดองค์ประกอบใหม่ (หรือในกล้องบางรุ่นอาจมีฟังก์ชั่นพิเศษ ถ่ายไปเรื่อย ๆ ถ้าเปลี่ยนมุม หรือค่าแสงเปลี่ยน ก็เล็ง แล้วกดใหม่ ค่าแสงจะออกมาหลากหลาย ไม่มีสูตรค่าตายตัว หรือไม่ก็สามารถวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพได้ด้วยเช่นกัน




15.ประกายตายิ่งมีประกายตาวาววับ..ยิ่งสวย พยายามเลือกมุมถ่าย หรือเปิดแฟลช หรือใช้รีแฟล็กช่วยบ้าง เพื่อให้ตามีประกาย (ข้อนี้สำคัญเช่นกัน)




16.Properties อย่าให้นางแบบมือว่างในที่นี้หมายถึงอุปกรณ์ประกอบฉากนั่นเอง ดอกไม้ เครื่องประดับ หนังสือ กระเป๋า หมวก ตุ๊กตา หมอนอิง รวมถึงอุปกรณ์อื่นใด โดยพยายามเลือกอันที่ดูแล้วน่ารัก ๆ เหมาะกับสถานที่ และนางแบบ (ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องซีเรียส)อุปกรณ์ประกอบฉากเหล่านี้ ถ้าให้นางแบบได้ถือ อุ้ม หิ้ว หรือ อิง แอบ แนบ วาง ก็จะทำให้นางแบบไม่เขินมาก และช่วยสร้างบรรยากาศ และเรื่องราวได้ดีอีกด้วย




17. 1~2~3 แช๊ะ!!! 4~5~6 แช๊ะ!!!เทนนิคนี้ไม่มีอะไรมาก แค่นับ 1 2 3 แล้วกดชัตเตอร์ลงไป แต่นอกจาก 1 2 3 แล้วลองนับ 4 5 6 แล้วกดถ่ายดูสิ จะพบอีกฟิวนึงของนางแบบ ทำให้นางแบบดูเป็นธรรมชาติกว่า




18.หนิดหนมกันก่อน พูดคุยกันบ้างอะไรบ้าง!!!เทคนิคนี้ ไม่มีอะไรมาก นอกจากการพูดคุยระหว่างช่างภาพกับนางแบบลองสนทนาปาร์ตี้กัน เหตุผลก็เพราะ เพื่อไม่ให้นางแบบเขินอาย หรือโพสท่าไม่เป็นธรรมชาติในระหว่างถ่ายภาพและการพูดคุยกัน ยังเป็นการสร้างความเข้าใจกันดี ถึงลักษณะที่ต้องการสื่อ ว่าจะสื่อออกมาสไตล์ไหน อารมณ์ไหนได้ด้วย



คลิกดูภาพใหญ่





พี่สาวนู๋เ ค่ะ ^ ^





:: เทคนิคการแต่งภาพ :: ชุบชีวิตให้กับภาพถ่ายด้วยเทคนิคสไตล์โลโม (LOMO)

หลายคนอาจจะงง ว่าภาพ โลโม(LOMO) มันคืออะไรบ้างก็ว่าเป็นแนวทางการถ่ายภาพอย่างหนึ่ง บ้างก็ว่ามันคือภาพที่ได้จากกล้องโลโมซึ่งเป็นกล้องฟิล์มแต่เอาเป็นว่าภาพแนวโลโมก็คือภาพที่มี contrast จัดๆ ขอบรูปมืดๆ ประมาณรูปด้านล่าง แม้ว่าเราจะไม่มีกล้องโลโมที่จะถ่ายภาพให้ออกมาแปลกตาอย่างในภาพ แต่เราก็สามารถนำภาพจากกล้องดิจิตอลของเรา มาดัดแปลงแต่งเติมให้เป็นภาพแนวโลโมได้ไม่ยากค่ะ วิธีที่จะแนะนำนี้เป็นวิธีการทำภาพแนวโลโมแบบไม่ต้องออกแรงมาก เพราะเราจะใช้ script ซึ่งเป็นวิธีแบบสำเร็จรูปที่ซู๊ดดด..



Before

After


มาเริ่มกันเลยดีกว่า
- เปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมาเลย
- เปิดภาพที่ต้องการค่ะ หากใครจะ resize ก็ resize ได้ตามศรัทธา ส่วนผมจะ resize ให้ได้รูปขนาด 600x400
- ไปที่เมนูเลือก File > Scripts > CHLomoScript

รอแป๊บนึงให้มันจัดการรูปของเราก่อน จะได้รูปออกมาแบบนี้


จากรูปที่ได้จะเห็นว่าสีมันจัดจ้านแสบตามาก เราต้องมาลดสีมันนิดหน่อย โดยคลิกที่เลเยอร์ Background ที่ palette "Layer"

คลิกปุ่มรูปวงกลมผ่าครึ่ง และเลือก Hue/Saturation...จากนั้นปรับแถบตรงกลาง (Saturation) ให้เลื่อนไปทางซ้ายมือ

จะปรับเท่าไหร่ก็ได้ตามความชอบเลย สำหรับนู๋ ปรับไปที่ -35 ค่ะ

ในที่สุดเราก็ได้ชุบชีวิตภาพที่แสนจะธรรมดา ไม่มีอะไรเลย ให้ดูมีชีวิตชีวาและให้ความรู้สึกที่แตกต่างโดยการแต่งภาพสไตล์โลโม ลองมาเปรียบเทียบภาพก่อนและหลังแต่งภาพกันค่ะ เห็นได้ชัดว่าภาพดูดีให้ความรู้สึกแตกต่างขึ้นมาทันทีค่ะ


นำตัวอย่างภาพ LOMO มาให้ดูกัน

ขอบคุณข้อมูล : http://www.siamfreestyle.com/

มารู้จัก กล้อง DSLR


D-SLR หรือ DSLR ย่อมาจากคำว่า Digital Single-Lens Reflex
•หมายถึงกล้องดิจิตอลที่มีกลไกในลักษณะเดียวกันกับกล้อง แบบฟิล์ม 35mm. SLR เพียงแต่ใช้เซนเซอร์ในการรับภาพ แทนการใช้ฟิล์ม






ส่วนประกอบของกล้อง D-SLR

เซนเซอร์รับภาพ หรือเรียกว่า Image Sensor ใช้ในการรับสัญญาณภาพแล้วแปลงเป็นสัญญาณดิจิทัล
•Exposure modes ใช้ในการเปลี่ยนโหมดการถ่าย หรือ โหมดการทำงาน
•ปุ่มกดชัตเตอร์ ใช้ในการสั่งให้ชัตเตอร์ทำงาน
แฟลช ใช้ในการเพิ่มแสงให้ภาพ หรือ ทำให้เกิดแสงสะท้อน
Hot Shoe ในกรณีที่แฟลตในตัวเครื่องไม่เพียงพอสามารถต่อเพิ่มแฟลต
•ไฟแสดงสถานการณ์ตั้งเวลาถ่ายภาพ เป็นไฟ LED กระพริบตามเวลาการตั้งถ่ายภาพ
•เลนส์ถ่ายภาพ มีหลายชนิด ตามการใช้งาน และ ชนิดของ Lens mount
ปุ่มเปิดปิด ใช้สำหรับเปิดปิดกล้อง
•เซลล์วัดแสงแฟลตทำจาก CCDใช้วัดแสงจากวัตถุเพื่อชดเชยแฟลต
•ช่องมองภาพ ใช้สำหรับมองภาพ ซึ่งภาพจะถูกสะท้อนผ่านกระจกสะท้อน ที่อยู่ด้านหน้าเซ็นเซอร์รับภาพ
•USB Socket เป็นช่องสำหรับเสียบสาย USB เพื่อย้ายข้อมูล
ช่องเสียบหม้อแปลง เป็นช่องนำเข้าไฟจากหม้อแปลง
•หน้าจอLCD สำหรับแสดงภาพ และการตั้งค่า โดยกล้องบางรุ่นจะมีหน้าจอแยกกัน เพื่อแสดงรายละเอียด ที่แตกต่างกัน
•ช่องต่อขาตั้ง เป็นช่องสำหรับต่อกับขาตั้งกล้อง
ช่องใส่การ์ดความจำ สำหรับใส่การ์ดความจำ
•ปุ่มคอนโทรลคำสั่ง โดยส่วนใหญ่เป็นปุ่มสี่ทิศทางใช้สำหรับเลื่อนปรับค่าต่างๆ
วงล้อปรับค่า เป็นวงล้อด้านบนของกล้อง ใช้สำหรับปรับค่าโดยเฉพาะ เช่น รูรับแสง ค่าชดเชยแสง
•วงล้อโฟกัส เป็นวงล้ออยู่บนเลนส์ ใช้สำหรับปรับระยะโฟกัสของเลนส์
•วงล้อซูม เป็นวงล้ออยู่บนเลนส์ ใช้สำหรับปรับอัตราขยายของเลนส์
•รังถ่าน ใช้สำหรับใส่แบตเตอรี่ของกล้อง
•แบตเตอรี่ เป็นแหล่งพลังงานของกล้อง โดยส่วนใหญ่จะเป็นLithium ion หรือ Nickel metal hydride battery
ช่องต่อออกสัญญาณวิดีโอ เป็นสายสัญญาณขนาดเล็กใช้ต่อกับโทรทัศน์ผ่านช่อง Composite








รูปแบบการทำงาน
กล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวดิจิทัล (D-SLR) ใช้กระจกสะท้อน
•สำหรับการแสดงภาพที่กำลังจะถ่ายผ่านช่องมองภาพ ภาพตัดขวางด้านซ้ายมือ นั่นแสดงให้เห็นถึงเส้นทางของแสงที่เดินทางผ่านเลนส์ (1) และสะท้อนผ่านกระจกสะท้อนภาพ (2) และฉายบนแผ่นปรับโฟกัส (5) จากนั้นทำการลดขนาดภาพผ่าน เลนส์ลดขนาดภาพ (6) และสะท้อนใน ปริซึมห้าเหลี่ยม ทำให้ภาพปรากฏที่ช่องมองภาพ (8) เมื่อกดปุ่มชัตเตอร์ จะทำให้กระจกสะท้อนจะกระเด้งตามลูกศรขึ้นไป และช่องระนาบโฟกัส (3) เปิดออก และภาพฉายลงบน เซนเซอร์รับภาพ(4) เช่นเดียวกับที่ปรากฏบนระนาบโฟกัส





ขอบคุณที่มา th.wikipedia.org/wiki/กล้องดีเอสแอลอาร์

แนะนำตัว ก่อน ค่ะ


  • ชื่อ ณัฐวดี ศรีแสนยงค์
  • ชื่อเล่น น้องหญิง ^ = ^
  • คณะแพทยศาสตร์ สาขา แพทยศาสตร์ M.D.
  • รหัสนิสิต 52011515013
  • มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • โทรศัพท์ 087-23410XX ฮ่ะ ๆ
  • ชอบ สีเขียวค่ะ
  • ว่าง ๆ เล่นเกม + ศึกษาดูงานบนโลกออนไลน์ ค่ะ+ ฟังเพลง
  • ชอบ ถ่ายรูป เที่ยว

งาน Com present ค๊า

อาจารย์สั่ง อาทิตหน้า ม่าย ย ย ยอยู่

- อัพ บล๊อค ประจำ
- ส่งลิ้ง งานแนะนำตัว HTML
- โพส แนะนำตัว เนื้อหาที่จะพรีเซ้น